บทความ

การยื่นคำร้องของประชาชนต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๖๐

05/08/2022
18412

Highlight


  • ประชาชนจะเข้ามาใช้สิทธิในการยื่นคำร้องโดยตรงต่อ
    ศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้อย่างไร
  • ถ้าอัยการสูงสุดไม่ดำเนินการตามที่ร้องขอ นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ ผู้ร้องขอจะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญหลังจากกี่วัน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง


  • รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๖๐  มาตรา  ๒๕  วรรคหนึ่ง 
  • คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่  ๑/๒๕๖๓  และคำวินิจฉัยที่  ๑๙/๒๕๖๓


การยื่นคำร้องของประชาชนต่อศาลรัฐธรรมนูญ
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๖๐[1]
 
 
       
นายอดิเทพ  อุยยะพัฒน์ 
ผู้เชี่ยวชาญด้านคดี  สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

 
          ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๖๐  มาตรา  ๒๕  วรรคหนึ่ง  ได้วางหลักรับรองสิทธิและเสรีภาพว่า  “สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย  นอกจากที่บัญญัติคุ้มครองไว้เป็นการเฉพาะในรัฐธรรมนูญแล้ว  การใดที่มิได้ห้ามหรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือในกฎหมายอื่น  บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพที่จะทำการนั้นได้และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ  ตราบเท่าที่การใช้สิทธิหรือเสรีภาพเช่นว่านั้นไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ  ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน  และไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น”  และในวรรคสาม  บัญญัติว่า  “บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ  สามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญเพื่อใช้สิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้”
          หากพิจารณาในการที่บุคคลหรือประชาชนจะเข้ามาใช้สิทธิในการยื่นคำร้องโดยตรงต่อ
ศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๖๐  พบว่า  มีการกำหนดไว้ด้วยกัน  ๓  กรณี  ได้แก่  (๑)  คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของผู้ใดที่ทราบว่ามีการกระทำกรณีบุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  (รัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๔๙)  (๒)  คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของประชาชนหรือชุมชนฟ้องหน่วยงานของรัฐเพื่อให้ได้รับประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ  หมวด  ๕  หน้าที่ของรัฐ  (รัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๕๑)  และ  (๓)  คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพว่าการกระทำขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่  (รัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๑๓)  และในแต่ละประเภทคดีข้างต้น  พบว่ามีลักษณะของการกระทำอันเป็นวัตถุ
แห่งคดีที่มีความแตกต่างกัน  โดยขึ้นอยู่ว่าจะเป็นการกระทำจากใคร  และมีวัตถุประสงค์ที่มุ่งจะคุ้มครองอะไร  ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้


         (๑)  คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของผู้ใดที่ทราบว่ามีการกระทำกรณีบุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  (รัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๔๙)  ทั้งนี้  ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยในคดีนี้  ได้แก่  คำวินิจฉัยที่  ๑/๒๕๖๓  และคำวินิจฉัยที่  ๑๙/๒๕๖๓
                    (๑.๑)  ตัวบทรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง
“มาตรา ๔๙  บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้ ผู้ใดทราบว่ามีการกระทำตามวรรคหนึ่ง ย่อมมีสิทธิร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าวได้ในกรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่รับดำเนินการตามที่ร้องขอ หรือไม่ดำเนินการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ ผู้ร้องขอจะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ การดำเนินการตามมาตรานี้ไม่กระทบต่อการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการตามวรรคหนึ่ง”


ความมุ่งหมาย[๑]
เป็นเกราะคุ้มครองการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  และกำหนดกลไกในการดำเนินการในกรณีมีการฝ่าฝืน
                              (๑.๒)  เนื้อหาสาระ
                              (๑.๒.๑)  ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง
                              รัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๔๙  วรรคสอง  บัญญัติว่า  “...ผู้ใดทราบ...  ซึ่งย่อมได้แก่ปวงชนชาวไทย
                              (๑.๒.๒)  วัตถุแห่งคดี
                              รัฐธรรมนูญ  มาตรา ๔๙ วรรคสอง  บัญญัติว่า “...การกระทำตามวรรคหนึ่ง...”  อันได้แก่  การใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
                              ๑.๒.๓)  ผู้กระทำ
                              รัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๔๙  วรรคหนึ่ง  บัญญัติว่า  “บุคคล...”
                              ๑.๒.๔)  วัตถุประสงค์
                              รัฐธรรมนูญ  มาตรา ๔๙  วรรคหนึ่ง  บัญญัติว่า  “บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้”

          (๒)  คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของประชาชนหรือชุมชนฟ้องหน่วยงานของรัฐเพื่อให้ได้รับประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ  หมวด  ๕  หน้าที่ของรัฐ  (รัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๕๑)  ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๖๑  มาตรา  ๔๕  ทั้งนี้  ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำสั่งในคดีนี้  ได้แก่  คำสั่งที่  ๔๐/๒๕๖๔  และคำสั่งที่  ๕๙/๒๕๖๔
                   (๒.๑)  ตัวบทรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง
มาตรา ๕๑  การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้นเป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง  ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตามและเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ  รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง  เพื่อจัดให้ประชาชนหรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ”
ความมุ่งหมาย[๒]
                กำหนดขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่ารัฐจะทำหน้าที่ของรัฐที่บัญญัติไว้โดยประชาชนและชุมชนไม่ต้องร้องขอ  หากรัฐไม่ดำเนินการตามหน้าที่ที่บัญญัติไว้  ประชาชนและชุมชนสามารถใช้สิทธิที่จะติดตาม  เร่งรัด  หรือฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐได้
                   (๒.๒)  เนื้อหาสาระ
                             (๒.๒.๑)  ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง 
                              รัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๕๑  ได้บัญญัติว่า  “...ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตาม  และเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ  รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง...”
                             (๒.๒.๒)  วัตถุแห่งคดี 
                             รัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๕๑  ได้บัญญัติไว้ว่า  “การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้...”  อันได้แก่  หมวด  ๕  หน้าที่ของรัฐ 
                             (๒.๒.๓)  ผู้กระทำ 
                             รัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๕๑  ได้บัญญัติว่าผู้กระทำได้แก่  “หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง” 
                             (๒.๒.๔)  วัตถุประสงค์ 
                             รัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๕๑  ได้บัญญัติไว้ว่า  “การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้นเป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง  ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตามและเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ  รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง  เพื่อจัดให้ประชาชนหรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ”  ทั้งนี้  เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๖๑  มาตรา  ๔๕ 

(๓)  คดีที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องของบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพว่าการกระทำขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่  (รัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๑๓)  ทั้งนี้  ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยในคดีนี้  ได้แก่  คำวินิจฉัยที่  ๔/๒๕๖๓  คำวินิจฉัยที่  ๗/๒๕๖๓  คำวินิจฉัยที่  ๕/๒๕๖๔  และคำวินิจฉัยที่ 
๗/๒๕๖๔ 

                   (๓.๑)  ตัวบทรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง
มาตรา ๒๑๓  บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ  ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ” 
ทั้งนี้  หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขย่อมเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๖๑  มาตรา  ๔๖  มาตรา  ๔๗  และมาตรา  ๔๘

ความมุ่งหมาย[๓]
                กำหนดหลักการและวิธีการในการคุ้มครองบุคคลจากการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
                   (๓.๒)  เนื้อหาสาระ
                             (๓.๒.๑)  ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง 
                             รัฐธรรมนูญ  มาตรา ๒๑๓  วรรคหนึ่ง  บัญญัติว่า  “บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ...”
                              (๓.๒.๒)  วัตถุแห่งคดี 
                             รัฐธรรมนูญ  มาตรา ๒๑๓  วรรคหนึ่ง  บัญญัติว่า  “...การกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ…”
                              (๓.๒.๓)  ผู้กระทำ 
                             รัฐธรรมนูญ  มาตรา ๒๑๓  ไม่ได้ระบุไว้  แต่อย่างไรก็ตาม  พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๖๑  มาตรา  ๔๗  ได้บัญญัติไว้ว่า 
“...ต้องเป็นการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพอันเกิดจากการกระทำของหน่วยงานของรัฐ  เจ้าหน้าที่ของรัฐ  หรือหน่วยงานซึ่งใช้อำนาจรัฐ...”

                             (๓.๒.๔)  วัตถุประสงค์ 
                             รัฐธรรมนูญ  มาตรา ๒๑๓  วรรคหนึ่ง  บัญญัติว่า  “...เพื่อมีคำวินิจฉัยว่า
การกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ…”


โดยทั้ง  ๓  กรณีดังกล่าวข้างต้น  มีลักษณะที่สามารถอธิบายโดยสรุปเป็นตารางได้ดังนี้
 
ประเภทคดี (รัฐธรรมนูญ มาตรา)/
(ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง)

“วัตถุแห่งคดี”

การกระทำจากใคร

วัตถุประสงค์/เพื่ออะไร
๑) รัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๔๙/

(ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง) :
บุคคล)
“การกระทำ”

(ถ้อยคำตามรัฐธรรมนูญ 
มาตรา  ๔๙ 
วรรคสอง)
“บุคคล”

(ถ้อยคำตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๔๙  วรรคหนึ่ง)
เพื่อมิให้ใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 
๒) รัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๕๑/

(ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง) :
ประชาชนหรือชุมชน)
“การทำหน้าที่ของรัฐ”

(ถ้อยคำตาม พรป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๖๑  มาตรา  ๔๕)
“หน่วยงานของรัฐ”

(ถ้อยคำตาม พรป.
ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๖๑ 

มาตรา  ๔๕)
เพื่อให้ได้รับประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ 
หมวด  ๕  หน้าที่ของรัฐ 
๓) รัฐธรรมนูญ  มาตรา ๒๑๓/

(ผู้มีอำนาจยื่นคำร้อง) :
บุคคล)
“การกระทำ”

(ถ้อยคำตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๑๓)
“หน่วยงานของรัฐ  เจ้าหน้าที่ของรัฐ  หรือหน่วยงานซึ่งใช้อำนาจรัฐ”

(ถ้อยคำตาม พรป.
ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๖๑ 

มาตรา  ๔๗)
เพื่อมิให้ละเมิดสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
 
 
[๑] คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ.  ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๖๐.  สำนักพิมพ์สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.  หน้า  ๗๐.
[๒] เรื่องเดิม.  หน้า  ๗๖.
[๓] เรื่องเดิม.  หน้า  ๗๖.
    

    
More Information



 
  • อ่านบทความเต็มเรื่อง การยื่นคำร้องของประชาชนต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช  ๒๕๖๐
  • ติดตามเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ และสิทธิเสรีภาพของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญ ได้ทุกช่องทาง
  • LINE Official Account สนง.ศาลรัฐธรรมนูญ: @occ_th
  • เว็บไซต์ สนง.ศาลรัฐธรรมนูญ: www.constitutionalcourt.or.th
#ศาลรัฐธรรมนูญ #สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ


Back to top